มากันครบแล้วสำหรับหุ้นชิป วันนี้มาดูกับหุ้นที่ไม่เล็กนะ แต่เงียบไปหน่อย กับ AMD ที่ขยับข้ามรุ่นมาไฟว้กับ NVIDIA พร้อมเดิมพันครั้งสำคัญในตลาด GPU และ AI ที่กำลังร้อนแรง มาดูกันว่านวัตกรรมชิปตระกูล Instinct และสถาปัตยกรรมยุคใหม่ จะช่วยให้ AMD แข่งกับเจ้าตลาดได้ขนาดไหน? แล้วถ้าไม่ถึงกับแซงครองตลาด มันก็ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง(ใช่มั้ย)
ยุค 2010 ชิป CPU สถาปัตยกรรม Bulldozer แพ้ให้กับ Intel เสียส่วนแบ่งตลาดอย่างหนัก ปี 2017 เปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen พร้อม CPU Ryzen สำหรับคอมบ้าน CPU EPYC สำหรับ Data Center และสถาปัตยกรรม RDNA™ สำหรับชิป GPU Radeon พร้อม GPU ตระกูล Instinct บนสถาปัตยกรรม CDNA™ สำหรับตลาด Data Center และผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ CPU วิ่งแซง Intel
Lisa Su แก้เกมได้ ส่วนหนึ่งเพราะเมื่อปี 2009 AMD แยกธุรกิจโรงงานผลิตชิปออกมาเป็นบริษัทใหม่ GlobalFoundries ทำให้โฟกัสกับแค่เรื่องออกแบบ กลายเป็นบริษัท Fabless เต็มตัว สามารถเลือกผู้ผลิตชิป (TSMC) ได้อย่างอิสระเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามที่ออกแบบ
ปี 2022 ซื้อ Xilinx บริษัทชิป FPGA (Field-Programmable Gate Array) และ Adaptive SoCs ซึ่งเป็นชิปที่โปรแกรมได้หลากหลายแล้วแต่ลักษณะงาน มีความยืดหยุ่น ทำให้ AMD เพิ่มความครบเครื่องสำหรับธุรกิจ Data Center พร้อมช่วยเปิดตลาดยานยนต์, อากาศยาน และ 5G พร้อมโยกทรัพยากรมาพัฒนาแย่งตลาด GPU
เห็นเงียบๆ แต่ใช่ว่าไม่มีบทบาทกับตลาด Data Center นะ Q4/25 AMD มีรายได้จากธุรกิจ Data Center คิดเป็น 52.4%, ธุรกิจ Client & Gaming 38.4% และธุรกิจ Embedded 9.2% ทั้งปี 2025 มีรายได้จากธุรกิจ Data Center คิดเป็น 48.0%, ธุรกิจ Client & Gaming 42.0% และธุรกิจ Embedded 10%
ฝั่งตลาด CPU เอาอยู่แล้ว ทั้งสำหรับ Desktop, Laptop, Workstation ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มตลอด ส่วนตลาด GPU ทั้ง Discrete GPU คือ ชิป GPU ทั้งการ์ดจอทั่วไปและ GPU สำหรับ Data Center ตามหลังเจ้าตลาดอย่าง NVIDIA ไกลมาก
ผลเทสพลังดิบชิป GPU ของ AMD กับการเอามาฝึก AI แทบไม่ต่างจากชิปของ NVIDIA เลย แต่ CUDA เป็นจุดแข็งที่ทำให้ NVIDIA แทบจะกินรวบตลาด GPU ถึงแม้ฝั่ง AMD จะมี ROCm แต่เพราะเสียเวลาตีตลาด CPU ทำให้ CUDA ทั้งพัฒนาทั้งมีลูกค้าใช้มากมาย ROCm เลยยังเทียบชั้น CUDA ไม่ติด
ซึ่ง AMD คงเห็นว่าศึกนี้ยากกว่าสมัยสู้กับ Intel เลยเล่นบทพระรอง ใช้กลยุทธ์ Open Source ให้ลูกค้าเอา Hardware และ Software ไปใช้อย่างอิสระ ต่างจาก NVIDIA ที่ค่อนข้างจะเป็นระบบปิด
ผลลัพธ์ก็เริ่มมีบ้าง ย้อนไปสิ้นปี 2023 AMD มีส่วนแบ่งตลาด Data Center GPU อยู่ 3% ตอนนี้เพิ่มเป็น 4% ถึงจะนิดหน่อย แต่ถ้าไม่เจ๋งพอ คงไม่เพิ่มในยุค NVIDA ครองเมือง ตัวอย่างบริษัทที่เอา GPU ของ AMD ไปใช้ก็มี เช่น Meta, Microsoft, OpenAI
Q4/25 ทำรายได้ $10,270 million เพิ่มขึ้น 34.1% (YoY) หนุนด้วยธุรกิจ Data Center และ Client and Gaming กระแสยังเติบโตต่อในปีนี้แน่ๆ บริษัทคาดว่าปี 2026 รายได้ Data Center มีโอกาสเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% สำหรับประมาณการ Q1/26 รายได้ตั้งไว้ที่ $9,800 million +/-300 million ลดลงเล็กน้อยจาก Q4/25 จากกลุ่ม Client และ Embedded ตาม Seasonal (น่าจะประกอบคอมเป็นของขวัญปีใหม่ไปเยอะแล้ว)
ส่วน OpEx ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ เพราะผู้บริหารบอกว่าปี 2025 ต้องเร่งอัด OpEx รับกระแส AI แต่พอมาปี 2026 OpEx ยังเพิ่มอยู่ แต่คาดว่ารายได้จะโตแซง OpEx โดยเฉพาะครึ่งหลังของปี 2026 ที่จะเห็นผลจากการ Leverage นี้ชัดๆ ถ้าทำได้จริง Net Income Margin น่าจะเห็นผลดีไปเต็มๆ
ตอนนี้ทั้ง Trailing P/E กับ Forward P/E ได้ผลดีจาก EPS โตแรง ลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2020 แถมห่างจากจุดสูงสุดมาพอสมควร แบบนี้เห็นแล้วสบายใจหน่อย Downside Risk จำกัด เป้าราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ภาพรวมยังนิ่ง พร้อมเปิดรับโอกาสที่จะเข้ามาจากกระแส AI ซึ่งปีนี้น่าจะไปต่อแรงๆ
ทุกอย่างพร้อมแล้วไม่คิดว่าจะมีอะไรพลาดเป้า มีอย่างเดียวที่ต้องทำให้ได้ ปีนี้ AMD ต้องรักษา Gross Profit Margin ให้แน่นๆ เพิ่มได้ยิ่งดี
เรื่องราวของ AMD ค่อนข้างดราม่าเลยทีเดียว แต่ก็ทำให้เห็นว่าบริษัทวางสถานะตัวเองยังไงถึงเปลี่ยนจากบริษัทตกกระป๋องมาเป็นหนึ่งในผู้นำวงการชิปอย่างรวดเร็ว
AMD ก่อตั้งเมื่อปี 1969 โดยอดีตพนักงานของบริษัท Fairchild Semiconductor ช่วงแรกผลิตชิป Integrated Circuits และ RAM แล้วก็ใช้กลยุทธ์ Second Source รับผลิตชิปให้ Intel ที่ได้รับดีลชิป CPU จาก IBM ซึ่งประสบความสำเร็จ แน่นอนว่า AMD ได้ประโยชน์ไปด้วย พอเข้ายุค 1980 AMD ผลิต CPU เองได้ ตั้งราคาขายต่ำกว่า Intel
จนในที่สุด Intel ก็ต้องการยึดสิทธิ์ในสถาปัตยกรรม x86 กลับไปใช้เพียงแต่บริษัทเดียว ทีนี้ก็เกิดการฟ้องร้อง ระหว่างกระบวนการยุติธรรมที่ยาวนาน Intel เดินหน้าพัฒนาชิป เพิ่มทั้งหน่วยความจำและการคำนวณเข้าไปในชิป ทำให้ช่วงต้นยุค 1990 ชิปจากค่าย Intel นำหน้า AMD และครองตลาดถึงขนาดที่วัยรุ่น Gen Y เติบโตมาก็มีแต่ชิปค่ายฟ้าเต็มบ้านเต็มเมืองแล้ว
ปี 1999 เปิดตัวสถาปัตยกรรม Athlon กลับมาเอาชนะฝั่ง Intel ได้บ้าง ระหว่างยุค 2000 สู้กับค่าย Intel อย่างสมน้ำสมเนื้อ ระหว่างนั้นปี 2006 ได้ซื้อ ATI Technologies ผู้ผลิต GPU คู่แข่ง NVIDIA หวังเปิดตลาดกราฟฟิกภายใต้แบรนด์ Radeon
ยุค 2010 ชิป CPU สถาปัตยกรรม Bulldozer แพ้ให้กับ Intel เสียส่วนแบ่งตลาดอย่างหนัก เรียกว่าถ้าจำกันได้ แทบไม่มีคอมที่ใช้ CPU จากค่ายแดงกันเลย ส่วนฝั่ง GPU ก็ยังเป็นรอง NVIDIA เรียกว่าเข้าสู่ยุคมืดจน AMD แทบประสบปัญหาการเงิน แต่แล้ว AMD ก็ได้มือดีมาฟื้นกิจการอีกครั้ง เมื่อ Lisa Su เข้ามานั่งตำแหน่ง CEO เมื่อปี 2014 พร้อมวิสัยทัศน์พัฒนาสถาปัตยกรรม CPU และ GPU ให้มีประสิทธิภาพสูง
ปี 2017 เปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen พร้อม CPU Ryzen สำหรับคอมบ้าน CPU EPYC สำหรับ Data Center และสถาปัตยกรรม RDNA™ สำหรับชิป GPU Radeon พร้อม GPU ตระกูล Instinct บนสถาปัตยกรรม CDNA™ สำหรับตลาด Data Center และผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ ฝั่ง CPU จะเรียกว่าวิ่งแซง Intel ไปแล้วก็ได้ ไม่ได้เป็นพระรองเหมือนแต่ก่อน ส่วน GPU ถ้าเป็นการ์ดจอฝั่งคอมบ้านหรือเกมมิ่ง ชิปจากค่าย AMD มีที่ยืนมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่ฝั่ง Data Center ต้องยอมรับว่ายังตามหลัง NVIDIA
ล่าสุดปี 2022 ซื้อ Xilinx บริษัทชิป FPGA (Field-Programmable Gate Array) และ Adaptive SoCs ซึ่งเป็นชิปที่โปรแกรมได้หลากหลายแล้วแต่ลักษณะงาน มีความยืดหยุ่น ทำให้ AMD เพิ่มความครบเครื่องสำหรับธุรกิจ Data Center พร้อมช่วยเปิดตลาดยานยนต์, อากาศยาน และ 5G
แต่ Lisa Su จะพลิกฟื้นบริษัทไม่ได้เลย ถ้าไม่ทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปกับการวิจัยสถาปัตยกรรมใหม่ และนั่นต้องขอบคุณการตัดสินใจครั้งสำคัญของ AMD เมื่อปี 2009 แยกธุรกิจโรงงานผลิตชิปออกมาเป็นบริษัทใหม่ GlobalFoundries ทำให้ AMD โฟกัสกับแค่เรื่องออกแบบ กลายเป็นบริษัท Fabless เต็มตัว สามารถเลือกผู้ผลิตชิป (TSMC) ได้อย่างอิสระเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามที่ออกแบบ (ส่วนบริษัทที่ทำทุกอย่างเอง ก็ไปดูตัวอย่างจาก Intel ก้าวผิดทีเดียวชีวิตเปลี่ยนยาว)
จากประวัติก็จะเห็นว่า AMD มีครบทั้งชิปฝั่ง CPU ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิมและชิป GPU ที่ไปซื้อมาเพื่อแข่งกับ NVIDIA แต่ดูไปดูมาจะบอกว่า AMD เป็นน้องใหม่ของทั้งสองวงการก็ว่าได้ เพราะฝั่ง CPU ก็ตามหลัง Intel มานาน มีบางช่วงแทบหายจากตลาด เพิ่งกลับมาแซงได้แค่ช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนฝั่ง GPU ยังตามหลังมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
ตอนนี้เพจมีเปิดรับสมาชิกใน Youtube แล้วนะครับ เดือนละ 300 บาท สมาชิก TL GrowthSignal
Deep Dive หุ้นเติบโตตัวท๊อป
Update Theme ลงทุนล่าสุด
คอร์สเรียนหุ้นพิเศษรายเดือน
ข้อมูลล้วนๆ ไม่เน้นกระแส ไม่เอาล่อเป้า
เดือนละ 300 บาท !
บริษัทแบ่งประเภทสินค้าตามกลุ่มลูกค้าได้ 3 ประเภท คือ 1.) Data Center 2.) Client and Gaming และ 3.) Embedded ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะมีทั้ง CPU และ GPU ที่ใช้ชื่อตระกูลหรือแบรนด์ต่างกัน
Data Center
ธุรกิจนี้ไม่ได้มีแค่ Data Center แต่มีครบทั้งชิปสำหรับ Server, Data Center รวมไปถึงชิปอีกหลายแบบที่ใช้ใน Data Center เช่น DPU, FPGA, AI NIC
AMD ขาย CPU ตระกูล AMD EPYC™ สำหรับแพลตฟอร์ม Server ทั้ง High-performance computing, ฝ่าย IT ของบริษัทใหญ่ และ Data Center ตอนนี้ชิปตระกูล EPYC™ พัฒนามาถึงรุ่น 5th generation
แล้วก็มีชิป GPU ตระกูล AMD Instinct™ ที่ทำมาตีตลาด AI training ไล่เรียงตั้งแต่ซีรีย์ MI200, MI300, MI325 และตัวล่าสุด MI355X ในซีรีย์ MI350 ส่วนฝั่ง Cloud ที่เดี๋ยวนี้เริ่มมีธุรกิจเช่า GPU Cloud Server เล่นเกมส์ บริษัทก็มีชิปตระกูล AMD Radeon™ PRO V ทำตลาดนี้อยู่ (แข่งกับธุรกิจ GeForce NOW ของ NVIDIA)
มีชิป FPGA หลายแบรนด์ Virtex™, Kintex™, Artix™, Spartan™ เช่นเดียวกับชิป SoC ภายใต้แบรนด์ Zynq™, Versal™ และชิปเพิ่มประสิทธิภาพ Alveo™
ใน Data Center ต้องส่งข้อมูลไปมาระหว่างกัน AMD ก็มีชิป DPU และ NIC ในตระกูล AMD Pensando™ เข้ามาตีตลาดการเชื่อมต่อข้อมูลใน Data Center ที่ต้องทั้งเร็ว มีประสิทธิภาพ และยืดหยุ่นสำหรับการขยาย Data Center เพิ่มเติม
Client and Gaming
นี่เป็นธุรกิจที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันโดยเฉพาะสายเกมเมอร์และผู้มีประสบการณ์ประกอบคอม ถ้าใครอยู่มานาน คงได้เห็นวัฏจักรขึ้นลงธธุรกิจนี้ของ AMD
เริ่มจากธุรกิจฝั่ง Client ที่จะเป็นตลาดของชิป CPU แบรนด์ AMD Ryzen™ สำหรับคอมบ้านทั่วไปทั้ง Desktop, Notebook และ Commercial CPU สำหรับคอมระดับองค์กรใหญ่ ที่ตอนนี้ตระกูล Ryzen™ ก็พัฒนามาถึงรุ่น Zen 5 แล้ว
สำหรับคอมบ้านทั้ง Desktop และ Notebook บริษัทปล่อยรุ่นล่าสุดไปแล้วกับ Ryzen 9000 Series ยิ่งช่วงหลังกระแส AI เข้ามามากขนาดนี้ (มี Copilot มาติดตั้งใน Windows ทุกซอกทุกมุมแบบไม่ค่อยสมัครใจกันแล้ว) AMD ก็มีปล่อยชิป CPU ที่รองรับ AI ในคอมบ้านด้วยโดยเฉพาะฝั่ง Notebook อย่างรุ่น Ryzen AI 300 Series
กับ Commercial CPU ซึ่งต้องเพิ่มความปลอดภัย ความแน่นอน และความยืดหยุ่นกว่าฝั่งคอมบ้าน ก็อยู่กับแบรนด์ AMD Ryzen PRO สำหรับทั้ง Desktop, Notebook และ Workstation แล้วก็ไม่พลาดกับกระแส AI ด้วยชิป CPU ซีรีย์ล่าสุด Ryzen AI 400 PRO Series
ส่วนธุรกิจ Gaming ก็คือ การ์ดจอที่เรารู้จักกันดีกับชิป GPU ตระกูล AMD Radeon มีทั้งการ์ดจอแยกกับซีรีย์ล่าสุด Radeon RX 9000 Series และการ์ดจอ On-board ติดมากับ CPU แต่ AMD ยังรับผลิต GPU แบบ Semi-Custom ให้เครื่องเกมคอนโซลแบบเหมาหมดทั้ง PlayStation, Xbox และ Valve Steam Machine PC
Embedded
ผลิตชิป CPU, APU, FPGA และ SoC ให้กับอุปกรณ์ IoTs หลายอย่างมาก เช่น อากาศยานและอาวุธ, ยานยนต์, เครื่องจักรในโรงงาน, อุปกรณ์ทางการแพทย์, อุปกรณ์ test and measurement, เครือข่ายการสื่อสาร ซึ่งชิปในธุรกิจนี้จะเน้นตอบโจทย์ความหลากหลาย ไม่ต้องล้ำมาก แต่ต้องใช้พลังงานต่ำ พร้อมสำหรับการรันงานแบบ 24/7 สามารถรองรับหลายระบบปฏิบัติการทั้ง Linux, Windows และอื่นๆ
Q4/25 AMD มีรายได้จากธุรกิจ Data Center คิดเป็น 52.4%, ธุรกิจ Client & Gaming 38.4% และธุรกิจ Embedded 9.2% ทั้งปี 2025 มีรายได้จากธุรกิจ Data Center คิดเป็น 48.0%, ธุรกิจ Client & Gaming 42.0% และธุรกิจ Embedded 10%
หลังได้ Lisa Su เข้ามากอบกู้บริษัท ทุ่มทรัพยากรทั้งหมดไปกับการพัฒนา CPU ได้สถาปัตยกรรม Zen ที่ว่ากันว่าสู้กับฝั่ง Intel Core ชนิดที่แย่งตลาดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ถามว่าแย่งได้เยอะขนาดไหน ถ้าเอาตามความรู้สึก ก็ต้องบอกว่าเห็นความแตกต่าง ร้านคอมเชียร์คอมที่ใช้ CPU ของ AMDไม่ต่างจาก Intel แล้ว ส่วนสายประกอบคอมก็ยก AMD มาเป็นทางเลือกในระดับเทียบเท่า Intel
แต่ถ้าเอาตัวเลขก็ต้องไปเอาข้อมูลจาก tom’sHARDWARE จะเห็นชัดว่า AMD แย่งส่วนแบ่งตลาด Client x86 CPU ที่รวมหมดทั้ง Desktop, Laptop, Workstation ช่วงปี 2018 AMD มีส่วนแบ่งแค่ 11%-13% พอheมาถึงสิ้นปี 2025 ขึ้นมาถึง 29.2% เพิ่มเกิน 2 เท่า ส่วน Intel เสียส่วนแบ่งตลาดจาก 88% ลงมาที่ 70.8%
ยิ่งมาดูตลาด Desktop ที่เป็น Proxy ของตลาดรายย่อยทั่วไป ยิ่งชัดว่า AMD ทำสำเร็จ จากส่วนแบ่งตลาดแค่ 9.1% เมื่อปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่เปิดตัวสถาปัตยกรรม Zen มาถึงทุกวันนี้ AMD เพิ่มส่วนแบ่งมาถึง 36.4% ส่วน Server x86 CPU ก้าวจากมีส่วนแบ่งน้อยนิดแค่ 1% เมื่อปี 2018 ตอนนี้มีส่วนแบ่งถึง 28.8% ฝั่ง Intel เสียส่วนแบ่งอย่างหนักจาก 99% เหลือ 71.2%
ในขณะที่ AMD ทุ่มเททุกอย่างไปกับ CPU แล้วพิสูจน์ว่าผลลัพธ์นั้นคุ้มค่า แล้วตลาด GPU เป็นยังไง? AMD จะแย่งส่วนแบ่งได้ขนาดไหน?
ไปเริ่มกันที่ตลาด Discrete GPU คือ ชิป GPU ทั้งการ์ดจอทั่วไปและ GPU สำหรับ Data Center ที่แยกจาก CPU พูดง่ายๆ คือ GPU ที่ไม่ใช่การ์ดจอ On-board ปิดปี 2025 ยังเป็น NVIDIA ที่ครองตลาดถึง 92% ตามด้วย AMD 8% ส่วน Intel ต่ำกว่า 1%
ส่วน Data Center GPU สนามรบหลักในยุค AI ก็ยังเป็น NVIDIA ที่ครองตลาดแทบเบ็ดเสร็จ 92% ตามด้วย AMD 4% มี Huawei กับ Intel ร่วมแข่งด้วยส่วนแบ่งตลาดนิดหน่อยแค่ 2% และ 1%
ตัวเลขไม่เคยหลอกใคร ส่วนแบ่งตลาดชิป CPU บ่งชี้อะไรบางอย่างแล้วว่าศักยภาพชิป CPU ของ AMD ไม่น่าเป็นรอง Intel อีกต่อไปแล้ว ซึ่งก็ต้องไปดูข้อมูลทดสอบจาก tom’sHARDWARE
ผลทดสอบแบบ Multi-Threaded จะเห็นว่า CPU ของ AMD ทำ Performance แทบไม่ต่างจาก Intel เลย แล้วราคาก็ใกล้เคียงกัน ทีนี้ไปดูผลทดสอบแบบ Single-Threaded ปรากฏว่ากลุ่มผู้นำเป็น Intel แต่ AMD ก็ตามมาไม่ห่าง พอเวลาใช้งานจริงต้องใช้งานทั้ง Multi-Threaded และ Single-Threaded ผลโดยรวมจากทั้งสองค่ายเลยไม่ต่างกันแบบมีนัยยะแล้ว
ทีนี้การแย่งส่วนแบ่ง CPU ก็เลยมีเรื่องการตลาด การสร้างความเชื่อมั่น มาเป็นองค์ประกอบด้วย ก็เลยได้คำตอบว่าทำไมในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ส่วนแบ่งตลาดของ AMD ถึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เพราะ Performance ที่ดีขึ้นหลัง Lisa Su ยกเครื่องบริษัทไปที ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นมากขึ้น ได้การตลาดแบบ Word of Mouth บอกกันปากต่อปาก แถมโชคดีที่คู่แข่ง Intel ก็ดันอยู่ในยุคมืด ไม่พัฒนาไปไหนด้วย
ไปฝั่งตลาด GPU กันบ้าง ส่วนแบ่งตลาดห่างกันชัดมาก มันเป็นเพราะ Performance หรืออะไรอย่างอื่น? ก็ต้องกลับไปดูข้อมูลทดสอบ GPU จาก tom’sHARDWARE
เริ่มกันที่ GPU การ์ดจอทั่วไปที่ใช้กันอยู่ในคอมบ้าน จะทดสอบ Rasterization ความสามารถเปลี่ยนจากรูปทรง 3 มิติ เป็นพิกเซล 2 มิติ กับ Ray Tracing จำลองการตกกระทบของแสง
การ์ดจอตัวท๊อปจาก AMD ยังเป็นรองตัวท๊อปจาก NVIDIA อยู่บ้าง แต่ภาพรวมตัวรองลงมาถือว่าพอสู้ได้ ไม่ได้ต่างกันชนิดไม่เห็นฝุ่น ถ้าของค่ายเขียวหมดก็ใช้ของค่ายแดงแทน เรียกได้ว่าพลังของชิปแทบไม่ต่างกับคู่แข่งแล้วก็ได้
ต่อด้วยชิป GPU สำหรับ Data Center หยิบรุ่นท๊อป MI355X จาก AMD มาเทียบกับ GB300 ดูเรื่องการใช้พลังงาน ความเร็วในการประมวลผล (TFLOP/s) และ Memory Bandwidth
GB300 ใช้พลังงานสูงสุด Peak TDP เท่ากับ MI355X เรื่องนี้ตัดออกไป ให้เป็นเรื่องของ Performance ล้วนๆ
เรื่องความเร็วเริ่มด้วยบรรทัด BF16 ที่ใช้เป็นมาตรฐานวัดการฝึกสอน AI ต่างฝ่ายต่างทำได้เท่ากัน ความเร็วสำหรับ Inference AI บรรทัด FP8 ก็ยังทำได้เท่ากัน บรรทัด FP6 ออกแบบเพื่อรันโมเดล LLM จะเป็นฝ่าย AMD ทำได้ดีกว่า และ FP4 สำหรับ AI ที่ต้องตอบโต้อย่างรวดเร็ว Real-time Inference AI เป็นฝั่ง NVIDIA ทำได้ดีกว่า
สุดท้าย Memory Bandwidth แถม Memory Capacity ด้วยก็เท่ากันอีกแล้ว พอรวมทุกมุมจะเรียกว่าพลังดิบวัดกันตรงๆเพียวๆ ชิป GPU ของ AMD แทบจะขึ้นมาเทียบชั้น NVIDIA ได้ แต่ทำไมส่วนแบ่งตลาดถึงสวนทางห่างกันขนาดนั้น?
น่าจะรู้กันอย่างทั่วถึงแล้วว่า NVIDIA นอกจากมีชิป GPU เทพแล้ว ยังมีจุดแข็งยิ่งกว่าความสามารถของชิปที่ทำให้นำห่างทุกเจ้า คือ ซอฟต์แวร์ CUDA ในระหว่างที่ AMD มุ่งพัฒนา CPU ในขณะนั้น NVIDIA สร้าง Ecosystem ชิป GPU กับ CUDA มาไกลแล้ว (เริ่มตั้งแต่ปี 2007) เมื่อสงครามตลาด CPU ซาลง AMD ก็พบว่า NVIDIA ทิ้งห่างไปไกลชนิดไม่เห็นฝุ่น
คือต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ AMD ไม่เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่ AMD เพิ่งเสร็จศึก CPU แล้วกำลังเปลี่ยนทิศทางมาลุยตลาดนี้ Data Center GPU ซึ่งมี NVIDIA เป็นเจ้าตลาด เหมือนยุคที่ลุยตลาด CPU ใหม่ๆ แล้วมี Intel ครองตลาดอยู่ เผลอๆ ศึกนี้กับ NVIDIA อาจยากกว่าสมัยเปิดศึกกับ Intel
ระหว่างหาข้อมูลว่าทำไม CUDA แกร่งจัง ก็เจอบทความใน Linkedin ที่น่าสนใจมาก ที่ดูเหมือนว่านอกจาก CUDA จะแข็งจัดแล้ว ฝั่ง AMD เองก็ยังจับทางหาทิศทางการพัฒนา Software ROCm ของตัวเองไม่เจอเหมือนกัน
AMD ยังแบ่งโครงสร้างองค์กรแยกแผนกชัด ทำให้ไม่มี Unity Strategy ต่างจาก NVIDIA ที่ใช้ CUDA รวมศูนย์ทั้งบริษัท นี่อาจทำให้ AMD ตอบสนองคำเรียกร้องจากเหล่า Developers ช้า เช่น การแก้ไข ROCm สำหรับชิปบางรุ่นล่าช้า, การพัฒนาเพื่อรองรับฝั่ง Linux (แพลตฟอร์มของเหล่า Developers) ช้ากว่า Windows
แถมพลาดตลาด IoTs ทั้งที่มีชิปเทพ กินไฟต่ำ ประสิทธิภาพไม่แพ้ใคร แต่ Ecosystem กลับไม่ตอบโจทย์ตลาดนี้เท่าที่ควร เลยทำให้ศักยภาพ Hardware ไม่เฉิดฉายเต็มที่
สรุปภาพง่ายๆ AMD กลับมาให้ความสำคัญกับ GPU ในวันที่ NVIDIA พัฒนาไปจนครองตลาดแล้ว แถมเป็นช่วงเวลาที่กระแส AI มาอีก ทำให้ลูกค้าจะมารอหรือลองผิดลองถูกก็ไม่ได้แล้ว เลยไปสั่งซื้อชิปจาก NVIDIA ที่มี Ecosystem เสถียรแล้ว พอลูกค้าใช้ CUDA เยอะขึ้น แพลตฟอร์มก็ถูกเขียนบน CUDA ยิ่งบีบให้ลูกค้าใหม่ก็ต้องกลับมาซื้อชิปจาก NVIDIA
ย้อนไปสิ้นปี 2023 AMD มีส่วนแบ่งตลาด Data Center GPU อยู่ 3% ตอนนี้เพิ่มเป็น 4% ท่ามกลางการแข่งขันอย่างหนักหน่วง ก็พอพิสูจน์ได้ว่า AMD ยังไม่หลุดวงโคจรไปทั้งหมด แต่ด้วยความห่างไกลจาก NVIDIA ขนาดนี้ จะตั้งเป้ากลับมาคงดูเพ้อไปหน่อย แต่ถ้าเลือกบทพระรอง เป็นทางเลือกเหมือนช่วงแรกที่ทำกับตลาด CPU แล้วยิ่ง GPU ก็มีประสิทธิภาพไม่เป็นรองมาก ถ้าไปด้วยราคาต่ำกว่าให้สมกับเป็นทางเลือก ก็มีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้นอีก
มองในมุมลูกค้าบ้าง ซึ่งต่างเป็นบริษัทขนาดใหญ่มาก การจะมีชิปทั้ง Data Center จากแค่ NVIDIA เพียงเจ้าเดียวคงไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะสมในระยะยาวแน่ เพราะงั้นก็ต้องกระจายไปใช้ชิปจากบริษัทอื่นบ้าง ทีนี้ก็เข้าทางบทพระรองเลย AMD ได้รับคำสั่งซื้อไปด้วย
อย่าง Meta ก็มีใช้ Instinct MI300X กับโมเดล Llama 3 และ Llama 4 แถมให้ความสนใจต่อประสิทธิภาพต่อต้นทุนของ MI350 พร้อมทำงานกับ AMD สำหรับชิปรุ่นถัดไป MI400 Series (ว่ากันว่าพลังดิบของรุ่นนี้ไม่แพ้ NVIDIA) ที่กำลังจะออกในครึ่งหลังของปี 2026 ส่วน Microsoft ประกาศว่าเปิดให้ใช้ Instinct MI300X บน Azure แล้ว
Oracle นำ Instinct MI355X มาเปิดให้ลูกค้าใช้สร้าง ฝึก และรัน AI บนแพลตฟอร์ม Oracle Cloud Infrastructure (OCI) แถมเตรียมเป็นเจ้าแรกที่เอา MI450 Series มาใช้บนแพลตฟอร์มด้วย ตั้งเป้าไว้ 50,000 GPU ใน Q3/26 นี้ และมีแผนขยายเพิ่มในปี 2027 ไม่ใช่แค่ Oracle ที่ประกาศจะใช้ MI450 Series แต่ OpenAI ก็ประกาศจะใช้ MI450 จำนวน 1 GW ในครึ่งหลังของปี 2026 เหมือนกัน จากที่จองไว้ทั้งหมด 6 GW
ได้ Use Case กลับมาพัฒนาซอฟต์แวร์ไปเรื่อยๆ คอยแย่งส่วนแบ่งตลาดอยู่ตลอด เอาแค่เพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 4% ไป 10% เหมือนฝั่ง CPU ในขณะเดียวกับที่ TAM ตลาดชิป GPU ยังเพิ่มขึ้น แค่นี้ก็ดันรายได้ AMD โตขนาดไหนกันแล้ว
ถ้าโลก Smartphone มี iOS กับ Android โลก Data Center ก็กำลังเกิดสิ่งนี้เหมือนกัน เมื่อ NVIDIA ให้ลูกค้าใช้ Hardware ใน Data Center เช่น เชื่อมต่อระหว่าง GPU ด้วยเทคโนโลยี NVLink ซึ่งมีความเร็วสูงกว่ามาตรฐาน แต่เชื่อมกันได้แค่ GPU ของ NVIDIA, Hardware ของ NVIDIA จะทำงานได้ดีที่สุดด้วย CUDA พอใช้ไปนานๆ ขยาย Data Center ใหญ่มากแล้ว จะย้ายหรือรื้อระบบ ก็ใช้ต้นทุนมหาศาล
AMD เห็นแล้วว่าไม่สามารถแข่งขันด้วยระบบปิดได้ เลยเปิดให้ลูกค้าใช้ Hardware หรือมาตรฐานส่วนกลางได้ อย่างระบบเชื่อมต่อ AMD ก็ออกแบบชิปมาให้ใช้กับมาตรฐาน PCIe หรือเลือกใช้ Network จากผู้บริการเจ้าอื่นได้เหมือนกัน
มีข่าวว่า NVIDIA เริ่มเปิด Open Hardware ให้ใช้ของเจ้าอื่นได้บางส่วนแล้ว แสดงว่ากลยุทธ์นี้ของ AMD เริ่มเห็นผล แล้วเอามาประกอบกับพลังดิบของชิปที่ไม่แพ้ใคร ถึงแม้ Software จะยังสู้ไม่ได้ ก็ยังเป็นตัวเลือกพระรองที่เชื่อได้ว่าต้องอยู่ใน list รายชื่อของทุกบริษัทเทค AI
Q4/25 ทำรายได้ $10,270 million เพิ่มขึ้น 34.1% (YoY) หนุนด้วยธุรกิจ Data Center และ Client and Gaming ทีนี้ไปดูแต่ละธุรกิจกันสักหน่อย
เริ่มจาก Data Center รายได้เพิ่มแรง 39% (YoY) ความต้องการมาครบทั้งฝั่ง EPYC CPU และ Instinct GPU นอกจากแผนเปิดตัว MI400 series ที่รู้กันไปแล้ว บริษัทยังเปิดเผยว่าชิปรุ่น MI500 series คาดว่าจะเปิดตัวใช้งานจริงในปี 2027 หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างได้ Operating Income เพิ่มขึ้นถึง 51% (YoY) ถือว่าทั้งการ Leverage เงินลงทุนที่ใส่ไปก่อนหน้านี้และการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายของธุรกิจนี้ทำได้อย่างดีมากๆ
กระแสยังเติบโตต่อในปีนี้แน่ๆ บริษัทคาดว่าปี 2026 รายได้ Data Center มีโอกาสเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% ความต้องการมาครบทั้ง EPYC CPU และ MI450 GPU ซึ่งตัวหลังนี้นอกจาก OpenAI ที่จองไว้แล้ว ผู้บริหารบอกว่ามีลูกค้าอีกหลายเจ้าสนใจและ AMD กำลังคุยอยู่
Client and Gaming รายได้เพิ่มขึ้น 37% (YoY) Ryzen CPU สำหรับ Desktop ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์เป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ถ้าใครติดตามงบ Intel ก็จะไม่แปลกใจ Intel มีรายได้จาก CPU เพิ่มขึ้นแรงเหมือนกัน เพราะถึงรอบเปลี่ยนเป็น Windows11
ฝั่งชิปสำหรับ Gaming ก็รายได้โตกว่า 50% (YoY) ส่วนรายได้จากชิปแบบ Semi-Custom ลดลง ซึ่งผู้บริหารคาดว่าปี 2026 ก็จะลดลงต่อ ตามวัฏจักรเครื่องคอนโซล Operating Income เพิ่มขึ้นถึง 46% (YoY) ยังใช้ได้เช่นกัน จัดการต้นทุนเยี่ยมแม้จะเจอสถานการณ์ Supply ขาด ราคาชิป Memory พุ่ง
Embedded รายได้เพิ่ม 3% (YoY) ส่วน Operating Income ลด 1% (YoY) ธุรกิจนี้ยังไม่มีอะไรหวือหวาน่าสนใจเหมือน Data Center กับ Client and Gaming
หักต้นทุน Gross Margin ก็เพิ่มขึ้นเป็น 54% จาก Q4/24 ที่ 51% ส่วนหนึ่งเพราะยังไม่มีชิปรุ่นใหม่ออกมาเลยทำให้ไตรมาสนี้จัดการต้นทุนง่าย หักค่าใช้จ่ายบริหารงานได้ Operating Income เพิ่มขึ้น 65.8% (YoY)
คือถึงจะมีค่าใช้จ่ายทั้งขยายกิจการรองรับกระแส AI ค่าใช้จ่าย R&D ในยุคที่ใครช้าก็แพ้ไป แต่ Operating Income รวมกลับเพิ่มขึ้นขนาดนี้ ถือว่าบริษัท Leverage เงินลงทุนให้รายได้เติบโตได้ดีมากๆ
Net Income เติบโตอย่างโหดจาก Q4/24 ที่ $482 million มาเป็น $1,511 million พร้อม Net Income Margin ก็ดีขึ้นด้วย จาก 6.3% ขึ้นมาที่ 14.7%
สำหรับประมาณการ Q1/26 รายได้ตั้งไว้ที่ $9,800 million +/-300 million ลดลงเล็กน้อยจาก Q4/25 จากกลุ่ม Client และ Embedded ตาม Seasonal
ประมาณการรายได้นี่รวมประมาณการยอดขายชิป MI308 ไปจีน $100 million พอนักวิเคราะห์ถามว่าแล้วประมาณการหลัง Q1/26 เป็นยังไง? Lisa Su บอกว่ายังไม่ทำประมาณการมากกว่านั้นเนื่องจากมีความไม่แน่นอนเรื่อง Regulatory
Gross Margin (Non-GAAP) ตั้งไว้ 55% ลดจาก Q4/25 ที่ 57% โดนกดดันเล็กน้อยจากชิป GPU รุ่นใหม่แต่ผู้บริหารมั่นใจว่าหลังจากนั้นการพัฒนาทั้ง Yield และ Scale จะกลับมาดัน Gross Margin
ส่วน OpEx ถือว่าเป็นข่าวดีมากๆ เพราะผู้บริหารบอกว่าปี 2025 ต้องเร่งอัด OpEx รับกระแส AI แต่พอมาปี 2026 OpEx ยังเพิ่มอยู่ แต่คาดว่ารายได้จะโตแซง OpEx โดยเฉพาะครึ่งหลังของปี 2026 ที่จะเห็นผลจากการ Leverage นี้ชัดๆ ถ้าทำได้จริง Net Income Margin น่าจะเห็นผลดีไปเต็มๆ
สำหรับปัญหา Supply ที่หลายบริษัทเจอกัน ทางผู้บริหารพูดมาในเชิงที่ไม่มีปัญหานี้ การออกชิปใหม่ช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ก็ไม่กระทบ ซึ่งบริษัทเตรียมตัวกับฝั่งโรงงานมาอย่างดี
และมีนักวิเคราะห์ถามว่าบริษัทจะหันไปทำชิปเฉพาะทางแบบ ASIC บ้างมั้ย? ผู้บริหารตอบชัดว่าจะอยู่กับ GPU ต่อไป ซึ่งได้เปรียบเรื่องความยืดหยุ่น ตรงนี้ก็เห็นด้วยนะ เพราะว่าถ้าวันหนึ่งกระแสการ Training AI ลดลง ชิป GPU ยังใช้ความยืดหยุ่นเอาไปใช้กับงานอื่นได้ต่อ
ดูจากงบและการตอบคำถามแล้วบอกเลยว่า AMD เตรียมรับแรงหนุนไปเต็มๆ จาก Data Center แถมจะปล่อยชิปรุ่นใหม่อีก ส่วนเรื่อง Supply ไม่น่ามีปัญหา ที่เหลือแค่บริหารต้นทุนให้ได้อย่างที่คาดไว้ ปิดดีลลูกค้าแจ่มๆ ชื่อเสียงดีๆ แล้วก็อย่าให้มี Unknown Factors อะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง
แล้วที่บอกว่ายังโตต่อไป ถามว่าจะโตแรงขนาดไหน พอเข้าปี 2027 แรงจะตกมั้ย? พอดีมีข้อมูลคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่น่าสนใจ มาดูกัน (มายืนยัน)
ชัดเจนมากว่า Non-GAAP EPS จาก Data Center จะเพิ่มขึ้นแรงแบบ Exponential จาก Q1/26 มองกันไว้ที่ $2.38 ไปปิดปี Q4/26 ที่ $5.26 แล้วไปกันต่อตลอดปี 2027 เพิ่มได้ถึง $9.34 ใช้เวลาแค่ 2 ปี EPS เพิ่มเกือบ 4 เท่า
ไปดูที่ความต้องการชิป HBM ซึ่งเอาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของชิป Data Center GPU ก็เพิ่มขึ้นแรงเลย จากปี 2026 ที่คาดไว้ 7% ไปปี 2027 มาที่ 17% ส่วนแบ่งความต้องการเพิ่มไวขนาดนี้ คงไม่ได้เป็นความต้องการจาก Client and Gaming เป็นหลัก ช่วยยืนยันอีกแรงว่า AMD เค้ามาแล้วกับ Demand Data Center
เห็นแบบนี้ก็ยิ่งยืนยันทิศทางจากผู้บริหาร AMD คงเดินกลยุทธ์เกาะกระแสตลาดที่กำลังขยาย เป็นชิป Data Center GPU ทางเลือก เปิด Hardware Ecosystem อิสระ ซึ่งยังไงบริษัทใหญ่ก็คงไม่ไปใช้ชิปจาก NVIDIA แค่แหล่งเดียว แล้วหาโอกาสปิดดีลกับลูกค้า High Profile เสริมพอร์ต ยิ่งทำได้เยอะ ยิ่งมีโอกาสขยายตลาดได้มากกว่าที่คาดไว้
อย่างที่บอกไปว่า AMD ต้องหาลูกค้า High Profile เข้าพอร์ต และแล้วก็ประกาศดีลกับ Meta ขายชิป GPU จำนวน 6 GW โดยล๊อตแรกส่งมอบก่อน 1 GW ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งก็จะเป็นชิป Custom สำหรับ Meta ที่อิงจากรุ่น MI450 นอกจากนั้น AMD ยังออก Warrant ให้สิทธิ์ Meta ซื้อหุ้น AMD ได้สูงสุด 160 ล้านหุ้น การใช้สิทธิ์จะผูกกับเป้าส่งมอบ Hardware
จากที่อ่านรายละเอียดมา ดีลนี้ไม่ได้จบแค่ GPU แต่รวมชิปหลายรุ่น ครอบคลุมไปถึงระบบและซอฟต์แวร์ด้วย AMD ได้ทั้งรายได้ เคสใหญ่ที่เอาความรู้กลับมาพัฒนาต่อ และพอร์ตลูกค้าระดับคุณภาพ มองทางฝั่ง Meta ก็ชัดว่าต้องการกระจายแหล่งซัพพลายเออร์ชิปเหมือนกัน เป็นไปตามที่คาดว่าบริษัทใหญ่ต้องกระจายแหล่งซื้อชิปบ้าง
ตอนนี้ทั้ง Trailing P/E กับ Forward P/E ได้ผลดีจาก EPS โตแรง ลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2020 แถมห่างจากจุดสูงสุดมาพอสมควร แบบนี้เห็นแล้วสบายใจหน่อย Downside Risk จำกัด เปิดรับโอกาสที่จะเข้ามาจากกระแส AI ซึ่งปีนี้น่าจะไปต่อแรงๆ
ส่วนเป้าราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ภาพรวมยังนิ่ง ที่น่าสนใจกว่า คือ ราคาจริงลงมาต่ำกว่าเป้าราคาที่ต่ำสุด แล้วจะเป็นยังไงต่อ? เป้าราคาลงมาหาราคาจริง หรือเดี๋ยวราคาจริงจะฟื้นขึ้นไป ก็ตอบด้วยสตอรี่ทั้งหมด อย่างน้อยเป้าราคาไม่น่าปรับลง ราคาจริงขึ้นไปคงต้องรอหน่อย อย่างน้อยก็ผ่านช่วงปรับฐาน ให้ Sentiment ความกังวลหายไปก่อน
สุดท้ายมองว่าภารกิจหลักของ AMD ปีนี้ต้องรักษา Gross Profit Margin ให้แน่นๆ เพิ่มได้ยิ่งดี จะได้เรียกความเชื่อมั่นว่ามี Pricing Power กับลูกค้าระดับหนึ่ง และจัดการต้นทุนได้แม้มีการออกชิปใหม่
ตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ เชื่อว่าต้องเคยเจอบริษัทที่ทำหลายอย่างแล้วไม่เด่นสักอย่าง แถมพอเจอปัญหาอะไรสักอย่างเข้าไป ความเป็ดก็เป็นผลเสียทันที แต่กับ AMD คิดว่าไม่น่าเป็นแบบนั้น บริษัทวางกลยุทธ์ชัดมาก จัดการกับ CPU จนลงตัวแล้ว ตอนนี้กำลังมาทุ่มกับ GPU ถึงจะตามหลังไกลมากแล้ว แต่ปรับบทบาทหน่อยก็คว้าโอกาสได้เหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาในตลาด CPU ก็ยืนยันได้บ้างว่า AMD ไม่ธรรมดา (ทำไมจะทำกับตลาด GPU บ้างไม่ได้หล่ะ?)
แต่อย่างเดียวที่ต้องขอไว้กับการลงทุน AMD นั่นคือ ต้องอดทนหน่อย ฝั่งตลาด CPU ก็เป็นตลาดพระรองในยุค AI ฝั่งตลาด GPU ตัวบริษัทก็เป็นพระรอง พอรวมกันแล้วก็เลยไม่ค่อยเด่นในสายตานักลงทุนและนักวิเคราะห์
No posts

Comments
Nothing yet. Say the first thing.
Sign in to join the conversation.